จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อฟีฟ่าใช้ VAR (วิดีโอช่วยตัดสิน) ในเกมฟุตบอลในอนาคต

เราเริ่มจะได้ยินคำว่า VAR (Video Assistant Referee) หรือ วิดีโอช่วยตัดสิน มากขึ้นในการแข่งขัน จากการแข่งขันเกมลูกหนังคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใช้สำหรับช่วยผู้ตัดสิน ซึ่งเป็นการย้อนภาพกลับไปในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันเพื่อพิจารณาการแข่งขันได้อย่างถูกต้อง

เกมคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ที่ประเทศรัสเซียที่ผ่านมา ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของทีมชาติเยอรมนี ที่เอาชนะ ทีมชาติชิลี 1-0 ซึ่งเป็นการได้แชมป์ในรายนี้เป็นครั้งแรกของทัพอินทรีเหล็ก สิ่งที่ฮือฮาในการแข่งขันรายการนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการตัดสินที่ชื่อว่า VAR ซึ่งจะใช้ในการตัดสินจังหวะที่ไม่ชัดเจนอย่าง การได้เสียประตูในจังหวะการเกิดจุดโทษ การยืนในตำแหน่งล้ำหน้า หรือนักเตะโดนใบแดง โดยจุดประสงค์ของการใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยในวงการลูกหนังทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ต้องการให้ผลการตัดสินการแข่งขันนั้นออกมายุติธรรมที่สุด

ผู้ตัดสิน

หลังจากที่เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ในสนามเกมคอเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมามากมาย โดยส่วนใหญ่หลายคนแสดงความเห็นว่า มันทำให้ทุกทีมได้รับความยุติธรรมในการตัดสินของผู้ตัดสินก็จริง แต่ในเกมนั้นกลับไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกครั้งที่ต้องพิจารณาการตัดสินจากวิดีโอย้อนหลังมันเสียเวลาไปประมาณ 2-3 นาที มันสามารถสร้างความไม่พอใจให้กับทั้งตัวผู้ตัดสินเอง นักเตะ ทีมงาน รวมไปถึงแฟนบอลทุกคน ที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเสียอารมณ์อย่างมากที่ต้องรอการตัดสินใหม่ของผู้ตัดสินในสนาม

อย่างไรก็ตามทุกคนก็ยอมรับว่า VAR นั้นช่วยให้ทุกคนมั่นใจในการตัดสินเกมที่ยุติธรรมมากขึ้น จบเกมได้อย่างโปร่งใสไม่มีอะไรติดค้าง มันเหมือนตัวช่วยให้จับคนผิดถูกตัวไม่มีแพะต้องมารับใบเหลือง ใบแดงอีกต่อไป เกมดำเนินไปอย่างถูกต้องไม่ต้องมานั่งเจ็บแค้นกับการตัดสินของผู้ตัดสินอีกต่อไปแม้ว่ามันจะต้องเสียเวลาเพื่อสรุปการตัดสินไปก็ตาม แต่ถ้าหากต้องใช้เทคโนโลยีนี้ต่อไปในอนาคตเชื่อว่าทางฟีฟ่าจะสามารถหาทางออกและแก้ไขให้เทคโนโลยีตัวนี้เหมาะสมกับเกมฟุตบอลได้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน

หากจบทัวร์นาเมนต์นี้ถ้าทางฟีฟ่ายังต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีชนิดนี้เข้ามาช่วยผู้ตัดสินในสนามควรมีการปรับปรุงการใช้งานอีกพอสมควร แต่ในตอนนี้ยังไม่มีบทสรุปว่าทางฟีฟ่าจะนำเจ้าเทคโนยีตัวนี้ไปใช้งานในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียจริงหรือไม่

VAR